ผู้เขียน หัวข้อ: เมฆพัตรวัดหลวงฯ ตำนานแห่งเมืองสรรพยา  (อ่าน 2562 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Adk System Advertising

ออฟไลน์ ฝุ่นดิน

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิกใหม่
  • *
  • ขอบคุณ
  • -ให้: 0
  • -รับ: 5
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ 5
เมฆพัตรวัดหลวงฯ ตำนานแห่งเมืองสรรพยา
« เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2013, 03:37:53 pm »
       เจ้าคุณอุดรคณารักษ์ (ศรี) พื้นเพเดิมเป็นคนสรรพยา ปีเกิดไม่ทราบชัดนักทราบแต่ปีมรณะภาพตรงกับปี ๒๔๘๗ ขณะอายุได้ ๘๑ จึงพออนุมาณปีเกิดของท่านได้ว่าน่าจะอยู่ราวๆปี ๒๔๐๖ โดยประมาณ มีข้อมูลปรากฎว่าเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๒ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากพระครูไพโรจน์ราชสังฆาราม เป็นพระอุดรคณารักษ์ พระฐานานุกรมพระราชาคณะปลัดฝ่ายซ้าย คู่กันกับ พระทักษิณคณิสร (สาย) เป็นปลัดฝ่ายขวา ในพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส จำพรรษาที่วัดพระเชตุพนฯ

      สำหรับกิตติคุณของท่านเจ้าคุณศรีฯท่านนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะแม้ในงานพิธีพุทธาภิเษกพระพิมพ์นาคปรกใบมะขามของวัดอนงค์เมื่อปี ๒๔๖๓ ท่านเจ้าคุณศรีก็็เป็น ๑ ใน๔ ยอดคณาจารย์ที่นั่งปรกปลุกเสกในคราวนั้นด้วย ซึ่งประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม ขณะดำรงตำแหน่งที่ "พระพรหมมุนี" ๒.สมเด็จพระพุฒาจารย์นวม วัดอนงคาราม ขณะดำรงตำแหน่งที่ "พระรัชชมงคลมุนี" ๓.พระครูวิมลคุณากร (ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ๔.พระอุดรคณารักษ์ (ศรี) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร

      และเห็นว่าวัดหลวง(แต่เดิมชื่อวัดบัวหลวง) เริ่มชำรุดทรุดโทรมลงไปมาก ท่านจึงเป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะหลายอย่างให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น อาทิโบสถ์ซึ่งสร้างในราว ๒๔๖๕-๒๔๖๖ วิหาร ซึ่งวิหารนี้จำลองมาจากวิหารประจำทิศของวัดพระเชตุพนฯ  วัดหลวงจึงมีความเป็นแก่นสารขึ้นจนถึงปัจจุบัน ต่อมาภายหลังในปี ๒๔๙๔ เจ้าคุณสายบัวเจ้าอาวาสวัดหลวงจึงตั้งชื่อวัดขึ้นใหม่ว่า วัดหลวงสิริบูรณาราม(สิริ=ศรี) เพื่อเป็นเกียรติคุณให้แก่เจ้าคุณศรีฯผู้บูรณะนั่นเอง

ออฟไลน์ ฝุ่นดิน

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิกใหม่
  • *
  • ขอบคุณ
  • -ให้: 0
  • -รับ: 5
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ 5
Re: เมฆพัตรวัดหลวงฯ ตำนานแห่งเมืองสรรพยา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2013, 03:43:00 pm »
      เจ้าคุณศรีท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ทับ วัดอนงค์ผู้สร้างพระเนื้อเมฆสิทธิ์อันเกรียงไกร ดังจะเห็นได้ว่าพระปิดตามหาอุดเนื้อเมฆพัตร์รุ่นแรกของท่านที่ออกที่วัดหลวงรูปแบบการวางมือมีส่วนคล้ายปิดตาของหลวงปู่ทับ วัดอนงค์ ปิดตามหาอุดรุ่นนี้เองที่ถือว่าเป็นพระรุ่นแรกของวัดหลวง ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าลือกันว่า หลวงปู่ศุข หลวงพ่อเฟื่อง มาร่วมปลุกเสกร่วมกับเจ้าคุณศรี พิจารณาแล้วก็พอเห็นความเป็นไปได้ เพราะโบสถ์เสร็จในปี ๒๔๖๖ แต่ช่วงเวลาในการริเริ่มที่จะสร้างนั้นต้องก่อนหน้านั้นอยู่หลายปีพอควร จึงเป็นช่วงเวลาที่ทันอายุของหลวงปู่ศุขที่จะมาร่วมปลุกเสกได้ ปิดตามหาอุดเมฆพัตร์รุ่นแรกของวัดหลวงนี้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครรูปทรงคล้ายจอบด้านหน้ามีพระควัมปติยกมือขึ้นปิดใบหน้าคู่หนึ่ง สอดลงไปปิดทวารด้านหน้าคู่หนึ่ง กลางพุงมีอักขระมองคล้ายเป็นตัวนะมหาอุด ด้านหลังเป็นยันต์กระต่ายสามขาลงอักขระทั้งห้าช่องด้วยนะโมพุทธายะ ส่วนบนสุดมีการเข้าลวดทองแดงไว้สำหรับทำเป็นห่วงในตัว แต่องค์ของผมห่วงขาดไปเสียแล้ว

ออฟไลน์ ฝุ่นดิน

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิกใหม่
  • *
  • ขอบคุณ
  • -ให้: 0
  • -รับ: 5
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ 5
Re: เมฆพัตรวัดหลวงฯ ตำนานแห่งเมืองสรรพยา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2013, 04:44:03 pm »
    ส่วนพระพิมพ์กลีบบัวเนื้อเมฆพัตร์ ซึ่งด้านหลังจะประทับยันต์ใบพัด กลางยันต์ใบพัดมีอักขระตัว อึ ใต้ยันต์ใบพัดลงด้วย อิสวาสุ ซึ่งพระพิมพ์กลีบบัวนี้มี ๒ รุ่นคือ
   
      ๑.รุ่นแรกองค์พระจะมีขนาดใหญ่กว่า อักขระตัวอึ(คล้าย ร สองตัวและมีขีดขั้นอยู่กึ่งกลาง ด้านบนมีสระ อึ) จะอยู่ค่อนมาทางข้างหน้าชิดขอบยันต์ใบพัด คำว่า สวา จะมีหมวก(คล้ายสระอิ) เนื้อเมฆพัตร์จับตัวแน่นเลื่่อมนวล ลักษณะเช่นนี้จัดเป็นงานตลาดก่อนปี๒๕๐๐ ในช่วง ๒๔๗-๒๔๘กว่าๆ นิยมกันมาก เช่นทางนครปฐมนำไปเล่นเป็นของหลวงปู่บุญก็มี ทั้งนี้ก็เป็นไปได้เพราะอยู่ในช่วง๒๔๗กว่าๆเช่นกัน สำหรับกลีบบัววัดหลวงชุดนี้สันนิษฐานว่าน่าจะนำมาแจกในคราวงานทอดกฐินวัดหลวงในปี ๒๔๗๔ วาระเดียวกันกับรูปถ่ายเจ้าคุณศรีฯที่ระบุข้อความดังกล่าวไว้ก็เป็นได้ รุ่นนี้จึงไม่ทันหลวงปู่ศุข และหลวงพ่อเฟื่องปลุกเสก หลวงปู่ศุขมรณะ ๒๔๖๖ ส่วนหลวงพ่อเฟื่องมรณะ ๒๔๖๕ (จากทำเนียบเจ้าอาวาสวัดทั่วราชอาณาจักร ระบุ"หลวงพ่อปลัดเฟื่อง พ.ศ.๒๔๓๕-๒๔๖๕" แต่เหตุไฉนบางท่านจึงเข้าใจว่าเหรียญรูปไข่รุ่นแรกของหลวงพ่อเฟื่องที่ออกในปี ๒๔๗๖ เป็นเหรียญทันตัวก็ไม่ทราบ
   
       ๒.รุ่นสององค์พระจะมีขนาดย่อมลง อักขระตัวอึ จะอยู่เกือบกึ่งกลางของยันต์ใบพัด คำว่า สวา ไม่มีหมวก เนื้อเมฆพัตรสดวาว พื้นผิวมักมีรูพรุนอยู่ทั่วไป เนื้อโลหะเกาะตัวแบบฟ่ามๆ รุ่นนี้เสริมขึ้นมาภายหลังไม่ทันเจ้าคุณศรี
        พระพิมพ์กลีบบัวเนื้อเมฆพัตรในลักษณะนี้เป็นพระตลาดที่มีพ่อค้ารับจ้างทำให้กับวัดต่างๆตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๐๐ จึงค่อนข้างจะเล่นหายากนอกเสียจากได้ในพื้นที่หรือมีที่มาที่ชัดเจน

ออฟไลน์ ฝุ่นดิน

  • ที่ปรึกษาเว็บไซต์
  • สมาชิกใหม่
  • *
  • ขอบคุณ
  • -ให้: 0
  • -รับ: 5
  • กระทู้: 6
  • พลังน้ำใจ 5
Re: เมฆพัตรวัดหลวงฯ ตำนานแห่งเมืองสรรพยา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2013, 04:47:33 pm »
สององค์บนทันเจ้าคุณอุดรฯครับ
ส่วนองค์เดียวที่อยู่ล่างสุดเป็นพิมพ์เสริม

จารึกไว้ในแผ่นดิน ดีกว่าปล่อยให้เสื่อมสลายไปกับกาลเวลา

ออฟไลน์ tunya

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • ขอบคุณ
  • -ให้: 6
  • -รับ: 94
  • กระทู้: 60
  • พลังน้ำใจ 101
Re: เมฆพัตรวัดหลวงฯ ตำนานแห่งเมืองสรรพยา
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 07, 2014, 12:48:11 pm »
ฝากไว้ในแผ่นดินสักองค์ครับ...
081-8870179


Share me

Digg  Facebook  SlashDot  Delicious  Technorati  Twitter  Google  Yahoo
Smf

 


Facebook Comments